ททท. เสิร์ฟ 9 Experiences ชูจุดแข็ง เปลี่ยน “สิ่งที่เรามี” ให้เป็น “สิ่งที่นักท่องเที่ยวต้องการ” สร้าง New Growth Engine ขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทย

NEWS UPDATE

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยภายใต้แนวคิด “The Year of Transformation” มุ่งเปลี่ยนจุดแข็งและอัตลักษณ์ที่ประเทศไทยมีอยู่แล้วให้กลายเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทางยุคใหม่ พร้อมสร้าง New Growth Engine เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น High-Value & Meaningful Destination ผ่านการส่งมอบประสบการณ์ที่มีคุณค่า สร้างความประทับใจ และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศอย่างยั่งยืน

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ทิศทางการท่องเที่ยวโลกในปัจจุบันเปลี่ยนจากการเดินทางเพื่อเยี่ยมชมสถานที่ ไปสู่การเดินทางเพื่อค้นหาประสบการณ์ที่สอดคล้องกับความสนใจ ไลฟ์สไตล์ และคุณค่าที่นักท่องเที่ยวต้องการได้รับจากการเดินทางมากขึ้น
“ประเทศไทยมีต้นทุนที่แข็งแกร่งทั้งด้านวัฒนธรรม อาหาร สุขภาพ กีฬา ความคิดสร้างสรรค์ ธรรมชาติ และวิถีชีวิต แต่โจทย์สำคัญไม่ใช่การบอกว่าประเทศไทยมีอะไร หากเป็นการเปลี่ยนสิ่งที่เรามีให้เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวต้องการ และทำให้ทุกการเดินทางเกิดความหมายและสร้างคุณค่าเพิ่มทั้งกับผู้มาเยือนและชุมชนเจ้าของพื้นที่”
ภายใต้แนวทางดังกล่าว ททท. กำหนดกรอบการพัฒนาสินค้าและบริการท่องเที่ยวผ่าน 9 Experiences ซึ่งสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยและตอบโจทย์ความต้องการของตลาดท่องเที่ยวยุคใหม่ ดังนี้
1. Cultural & Festival Experience
ประสบการณ์ด้านวัฒนธรรมและเทศกาล ถ่ายทอดเสน่ห์ของประเพณี วิถีชีวิต ศิลปะ และมรดกทางวัฒนธรรมของไทย ผ่านเทศกาลสำคัญ งานประเพณี และกิจกรรมร่วมสมัยที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจและความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
2. Gastronomy Experience
ประสบการณ์ด้านอาหาร ต่อยอดจุดแข็งของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านอาหารระดับโลก ตั้งแต่อาหารริมทาง อาหารท้องถิ่น อาหารสร้างสรรค์ ไปจนถึง Fine Dining ที่สะท้อนเอกลักษณ์และเรื่องราวของแต่ละพื้นที่
3. Wellness Experience
ประสบการณ์ด้านสุขภาพและการดูแลสุขภาวะ ครอบคลุมตั้งแต่สปา การแพทย์และสุขภาพเชิงป้องกัน การพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ ตลอดจนกิจกรรมที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิต ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงในระดับโลก
4. Sports & Adventure Experience
ประสบการณ์ด้านกีฬาและการผจญภัย ทั้งการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ กิจกรรมกลางแจ้ง การวิ่ง ปั่นจักรยาน กอล์ฟ ดำน้ำ ปีนเขา และกิจกรรมท้าทายที่ตอบโจทย์นักเดินทางสายแอ็กทีฟ

5. Music & Entertainment Experience
ประสบการณ์ด้านดนตรีและความบันเทิง ผ่านเทศกาลดนตรี คอนเสิร์ต อีเวนต์บันเทิง และกิจกรรมระดับนานาชาติที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ และสร้างการเดินทางที่เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนทั่วโลก
6. Creative Experience
ประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ ลงมือทำ และสัมผัสภูมิปัญญาท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะ งานหัตถกรรม เวิร์กชอป หรือกิจกรรมที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย
7. Community Experience
ประสบการณ์การท่องเที่ยวชุมชน ที่เชื่อมโยงนักเดินทางเข้ากับวิถีชีวิต วัฒนธรรม อาหาร และภูมิปัญญาท้องถิ่นของแต่ละพื้นที่ สร้างรายได้โดยตรงสู่ชุมชนและกระจายประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง
8. Nature & Sustainability Experience
ประสบการณ์ด้านธรรมชาติและความยั่งยืน ตอบรับกระแสการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ผ่านแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อุทยานทางทะเล การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และกิจกรรมที่สร้างความสมดุลระหว่างการท่องเที่ยวกับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ
9. Contemporary & Subculture Experience
ประสบการณ์จากวัฒนธรรมร่วมสมัยและ Subculture ที่กำลังเติบโตในกลุ่มนักเดินทางรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นศิลปะร่วมสมัย ดีไซน์ แฟชั่น เกม คาเฟ่ ไลฟ์สไตล์ หรือคอมมูนิตี้เฉพาะทางที่สะท้อนความเป็นไทยในมุมมองใหม่ ๆ และสร้างแรงดึงดูดให้กับตลาดคนรุ่นใหม่จากทั่วโลก
เพื่อเสริมการสื่อสารแนวคิด 9 Experiences สู่กลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ททท. เตรียมเปิดตัวคาแรกเตอร์ใหม่ “น้องสุขใจ” และ “น้องรักยิ้ม” ในฐานะเพื่อนร่วมเดินทางและตัวแทนการสื่อสารอัตลักษณ์การท่องเที่ยวไทยยุคใหม่เพื่อเป็นตัวแทนในการถ่ายทอดเสน่ห์ ความอบอุ่น และความเป็นมิตรของประเทศไทยในรูปแบบที่ร่วมสมัย เข้าถึงได้ง่าย และเป็นสากล
“น้องสุขใจ” และ “น้องรักยิ้ม” จะทำหน้าที่เชื่อมโยงประสบการณ์ระหว่างนักท่องเที่ยว แบรนด์การท่องเที่ยวไทย และวัฒนธรรมไทย ผ่านการเล่าเรื่องในมิติต่าง ๆ ของการเดินทาง ทั้งด้านวัฒนธรรม อาหาร ธรรมชาติ ชุมชน และไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย เพื่อสร้างความผูกพัน ความจดจำ และแรงบันดาลใจในการเดินทาง พร้อมสะท้อนภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยที่มีชีวิตชีวา สื่อสารง่าย และมีความหมายสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ทั้ง 9 Experiences จะเป็นกรอบสำคัญในการพัฒนาสินค้าและบริการท่องเที่ยวไทยในอนาคต โดยเชื่อมโยงระหว่างแหล่งท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ ชุมชน และภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างข้อเสนอการเดินทางที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่มได้อย่างตรงความต้องการ พร้อมเพิ่มการใช้จ่ายต่อทริปและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ
ทั้งนี้ จากผลสำรวจโครงการสำรวจเพื่อการวิเคราะห์พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ปี 2569 (ข้อมูลครึ่งปีแรก) ของ ททท. พบว่า ปัจจัยที่สำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ได้แก่ ความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยว (ร้อยละ 64.7) อาหารและเครื่องดื่ม (ร้อยละ 45.38) ความหลากหลายของศิลปวัฒนธรรม (ร้อยละ 43.74) ความน่าสนใจของวัฒนธรรมท้องถิ่น (ร้อยละ 37.02) และอัธยาศัยไมตรีของคนท้องถิ่น (ร้อยละ 35.99) ตามลำดับ ซึ่งมีความสอดคล้องกับการดำเนินงานของ ททท. ในการกำหนดกรอบการพัฒนาสินค้าและบริการท่องเที่ยว และเสนอขายสินค้าทางการท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย สามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม
นอกจากนี้ ททท. ยังเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์ท่องเที่ยวทั้ง 9 ด้านเข้ากับระบบคมนาคม การตลาด และการพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ รองรับความต้องการของนักเดินทางยุคใหม่ทั้งตลาดระยะใกล้และตลาดระยะไกล
“การท่องเที่ยวไทยในอนาคตจะไม่ได้แข่งขันกันที่จำนวนแหล่งท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่แข่งขันกันที่คุณภาพของประสบการณ์ ความหมาย และความทรงจำที่นักท่องเที่ยวได้รับกลับไป การเปลี่ยนจุดแข็งของประเทศไทยให้เป็น 9 Experiences ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลก จะเป็นหัวใจสำคัญในการสร้าง New Growth Engine และนำพาการท่องเที่ยวไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว”